Home ความรู้รอบตัว การปรับฐานเงินเดือนข้าราชการ ปี 2555

การปรับฐานเงินเดือนข้าราชการ ปี 2555

การปรับฐานเงินเดือนข้าราชการ ปี 2555

ได้อ่านข้อมูลการปรับเงิน 15,000 สำหรับวุฒิปริญญาตรี จากหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์เลยนำมาบอกกล่าวกัน
ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

ขรก.เตรียมเฮ! คลังชง ครม. 4 ต.ค.นี้ ขยับฐานเงินเดือนข้าราชการทั้งระบบภายใน 2 ปี มีผล 1 ม.ค.55 คาดใช้งบปี 55 เพิ่มอีก 8 พันล้าน รวมเป็นกว่า 2.6 หมื่นล้าน ส่วนปี 56 ใช้เพิ่มอีกรวม 4.8 หมื่นล้าน หวังมัดใจ ขรก.กว่า 2 ล้านคน เผย ปวช.เข้าทำงานเดือนแรกเท่ากับ 1 หมื่นบาท ปริญญาตรี 1.6 หมื่น ปริญญาโท 1.8 หมื่น ปริญญาเอก 2.4 หมื่นบาท
หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้กระทรวงการคลังไปปรับโครงสร้างฐานเงินเดือนข้าราชการและบุคลากรภาครัฐทั้งระบบเพื่อรองรับนโยบายรัฐบาล ล่าสุด นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้มีการหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เกี่ยวกับการปรับโครงสร้างเงินเดือนทั้งระบบไปแล้วเมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งไม่ใช่การปรับเงินเดือน 5-6% ตามที่มีกระแสข่าวแต่อย่างใด
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ขณะนี้รัฐบาลต้องการเร่งสรุปการปรับโครงสร้างเงินเดือนข้าราชการ หรือปรับบัญชีเงินเดือนให้เรียบร้อย โดยได้มีการมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ สำนักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และกรมบัญชีกลาง เร่งหาข้อสรุปร่วมกัน และนำเสนอให้ที่ประชุม ครม.พิจารณาเห็นชอบในการประชุมวันที่ 4 ต.ค.นี้ ก่อนที่การปรับฐานเงินเดือนใหม่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2555 เป็นต้นไป
"ที่ผ่านมา ครม.ได้เห็นชอบหลักการของการปรับเพิ่มค่าครองชีพ (พ.ช.ค.) สำหรับบุคลากรภาครัฐที่ใช้วุฒิปริญญาตรี แต่มีเงินเดือนไม่ถึง 1.5 หมื่นบาท ให้มีรายได้ขั้นต่ำ 1.5 หมื่นบาทไปแล้ว ถือว่าจบไปแล้ว แต่ได้ให้มาดูในส่วนของผู้มีวุฒิ ปวช., ปวส., ปริญญาโท, ปริญญาเอก รวมถึงผู้จบปริญญาตรีที่เงินเดือนเกิน 1.5 หมื่นบาทนิดหน่อย ซึ่งทำงานมาระยะหนึ่งแล้ว ทั้งนี้ ก.พ.จะดูว่าจะปรับบัญชีเงินเดือนอย่างไร โดยจะต้องให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2555 เหมือนกัน" แหล่งข่าวกล่าว
ทั้งนี้ จากการหารือของทั้ง 2 หน่วยงาน ได้มีข้อเสนอทางเลือกในการปรับบัญชีเงินเดือนเป็น 3 ทางเลือก คือ ภายใน 1 ปี, ภายใน 2 ปี และภายใน 4 ปี ซึ่งทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดน่าจะเป็นภายใน 2 ปี โดยจากทางเลือกนี้ ทางกรมบัญชีกลางจะต้องเสนอ ครม.ขออนุมัติตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2555 ที่จะใช้จ่ายเงินเดือนเพิ่มอีก 8,000 ล้านบาท เมื่อรวมกับงบประมาณที่ต้องใช้ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ซึ่งเป็นการปรับ พ.ช.ค. ที่ต้องใช้ 18,864 ล้านบาท จะทำให้ปีงบประมาณ 2555 ต้องใช้งบทั้งสิ้น 26,864 ล้านบาท
ขณะที่ในปีงบประมาณ 2556 จะใช้เพิ่มอีก 15,500 ล้านบาท เป็น 23,500 ล้านบาท เมื่อรวมกับ พ.ช.ค.ที่ต้องใช้ราวกว่า 24,500 ล้านบาท จะทำให้ต้องใช้งบประมาณทั้งสิ้นกว่า 48,000 ล้านบาท
                  แหล่งข่าวกล่าวว่า ข้อเสนอในการปรับฐานเงินเดือนดังกล่าว จะเริ่มตั้งแต่ข้าราชการวุฒิ ปวช. ไปจนถึงปริญญาเอก แบ่งเป็น
             ผู้มีวุฒิ ปวช. ที่มีเงินเดือนต่ำสุดในการทำงานปีที่ 1 คือ 6,400 บาท และต่ำสุดของการทำงานปีที่ 10 คือ 14,000 บาท จะมีการปรับฐานเงินเดือนสำหรับผู้ทำงานมา 1-3 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2555 โดยปีแรกจะได้ปรับขึ้นเงินเดือน 1,200 บาท ในปีที่ 2 ปรับขึ้น 1,380 บาท  ส่วน ปวช.ที่ทำงานมา 3-4 ปี ในปีแรกปรับขึ้น 1,000 บาท ในปีที่ 2 ปรับขึ้น 1,000 บาท ทำงานมา 5-6 ปี ในปีแรกปรับขึ้น 800 บาท ในปีที่ 2 ปรับขึ้น 700 บาท ทำงานมา 7-8  ปี ในปีแรก ปรับขึ้น 600บาท ในปีที่ 2 ปรับขึ้น 400 บาท และถ้าทำงานมา 9-10 ปี ในปีแรกปรับขึ้น 400 บาท ในปีที่ 2 ปรับขึ้น 100 บาท
             กรณีวุฒิ ปวส. เงินเดือนต่ำสุดในการทำงานปีที่ 1 คือ 7,670 บาท และต่ำสุดของการทำงานปีที่ 10 คือ 16,710 บาท โดยหากทำงานมา 1-2 ปี ในปีแรกปรับขึ้น 1,290 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 1,590 บาท, ทำงานมา 3-4 ปี ในปีแรกปรับขึ้น 1,000 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 1,200 บาท, ทำงานมา 5-6 ปี ในปีแรกปรับขึ้น 800 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 900 บาท, ทำงานมา 7 ปี ในปีแรกปรับขึ้น 600 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 600 บาท, ทำงานมา 8 ปี ในปีแรกปรับขึ้น 400 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 300 บาท และถ้าทำงานมา 9-10 ปี ในปีแรกปรับขึ้น 200 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 100 บาท
              วุฒิปริญญาตรีนั้น เงินเดือนต่ำสุดในการทำงานปีที่ 1 คือ 9,140 บาท และต่ำสุดของการทำงานปีที่ 10 คือ 19,910 บาท โดยหากทำงานมา 1 ปี ในปีแรกจะได้ปรับขึ้น 2,540 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 3,320 บาท, ทำงานมา 2-3 ปี ในปีแรกปรับขึ้น 2,100 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 2,800  บาท, ทำงานมา 4 ปี ในปีแรกปรับขึ้น 1,700 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 2,300 บาท, ทำงานมา 5-6 ปี ในปีแรกปรับขึ้น 1,300 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 1,800 บาท, ทำงานมา 7-8 ปี ในปีแรกปรับขึ้น 900 บาท ปีที่  2 ปรับขึ้น 1,300 บาท, ทำงานมา 9 ปี ในปีแรกปรับขึ้น 500 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 800 บาท และหากทำงานมา 10 ปี ในปีแรกจะได้ปรับขึ้น 100 บาท ส่วนปีที่ 2 ปรับขึ้น 300 บาท
              วุฒิปริญญาโท เงินเดือนต่ำสุดในการทำงานปีที่ 1 คือ 12,600 บาท และต่ำสุดของการทำงานปีที่ 10 คือ 23,110 บาท โดยหากทำงานมา 1 ปี ในปีแรกจะได้ปรับขึ้น 2,700 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 2,300 บาท, ทำงานมา 2 ปี ในปีแรกปรับขึ้น 1,800 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 2,000 บาท, ทำงานมา 3-4 ปี ในปีแรกปรับขึ้น 1,500 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 1,700 บาท, ทำงานมา 5 ปี ในปีแรกปรับขึ้น 1,200 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 1,400 บาท, ทำงานมา 6 ปี ในปีแรกปรับขึ้น 900 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 1,100 บาท, ทำงานมา 7 ปี ในปีแรกปรับขึ้น 600 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 900 บาท, ทำงานมา 8  ปี ในปีแรกปรับขึ้น 300 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 600 บาท และหากทำงานมา 9-10 ปี ในปีแรกปรับขึ้น 100 บาท และปีที่ 2 ปรับขึ้น 300 บาท
              วุฒิปริญญาเอก เงินเดือนต่ำสุดในการทำงานปีที่ 1 คือ 17,010 บาท และต่ำสุดของการทำงานปีที่ 10 คือ 28,110 บาท โดยหากทำงานมา 1-2 ปี ในปีแรกปรับขึ้น 1,690 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 1,800 บาท, ทำงานมา 3-5 ปี ในปีแรกปรับขึ้น 1,200 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 1,200 บาท, ทำงานมา 6-8 ปี ในปีแรกปรับขึ้น 800 บาท ปีที่ 2 ปรับขึ้น 600 บาท และหากทำงานมา 9-10 ปี ในปีแรกปรับขึ้น 400 บาท และปีที่ 2 ปรับขึ้น 600 บาท
               แหล่งข่าวกล่าวว่า หลังจากปรับฐานเงินเดือนในปีที่ 2 เรียบร้อยแล้ว จะทำให้ผู้ที่เข้าทำงานด้วยวุฒิ ปวช. ปีแรกจะได้รับเงินเดือนอยู่ที่ 10,690 บาท เมื่อทำงานถึงปีที่ 10 จะอยู่ที่  17,110 บาท ขณะที่วุฒิ ปวส. ผู้ที่เข้าทำงานปีแรกจะได้เงินเดือน 12,010 บาท เมื่อทำงาน 10 ปี จะอยู่ที่ 19,810 บาท
ส่วนวุฒิปริญญาตรี เข้าทำงานปีแรก เงินเดือนจะปรับขึ้นไปอยู่ที่ 16,310 บาท ทำงาน 10 ปี จะอยู่ที่ 23,810 บาท, ปริญญาโท เข้าทำงานปีแรกเงินเดือนจะปรับขึ้นไปอยู่ที่ 18,710 บาท ทำงาน 10 ปี จะอยู่ที่ 26,610 บาท และวุฒิปริญญาเอก เข้าทำงานปีแรกเงินเดือนจะปรับขึ้นไปอยู่ที่ 24,810 บาท และทำงาน 10 ปี จะอยู่ที่ 33,210 บาท
"การที่รัฐบาลให้เริ่มวันที่ 1 ม.ค.2555 พร้อมกันหมดนั้น เนื่องจากจะครอบคลุมข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของทั้งหมดกว่า 2 ล้านคน ไม่ใช่แค่ 6 แสนกว่าคน อย่างไรก็ดี ตอนแรกที่มีแนวคิดว่าจะดำเนินการปรับฐานเงินเดือนข้าราชทั้งระบบใน 4 ปี แต่ตอนนี้ปรับเปลี่ยนใหม่ให้เหลือ 2 ปี เพื่อให้เห็นผลเร็ว ซึ่งก็จะเป็นภาระงบประมาณมากกว่าปรับใน 4 ปี " แหล่งข่าวกล่าว

Last Updated (Wednesday, 12 October 2011 12:44)

 

Comments  

 
+4 #94 nisa 2012-11-21 09:17
ทำงานมานานเป็น 10 ปี แต่บรรจุใหม่ได้ เงินเดือนมากกว่ า เป็นการคิดที่ผิ ด หรือคนของพรรดกา รเมืองที่มีญาติ รับราชการใหม่จะ ได้ผลประโยชน์ การทำงาน 10 ปี กับเริม
่มทำงานนันต่างก ัน เห็นใจคนทำงานมา นานหน่อย
Quote
 
 
-1 #93 pan 2012-10-08 14:11
คลังชง ครม. ขยับฐานเงินเดือ นข้าราชการทั้งร ะบบภายใน 2 ปี มีผล 1 ม.ค.55 ได้แค่ชงหรือค่ะ เมื่อไหร่จะชงเส ร็จสักที ครม.ที่รัก กาแฟเขาชงแค่ 1 นาที ข่าวจะปรับเงินเ ดือนนี้ยังชงไม่ เสร็จอีกเหรอท่า
Quote
 
 
+2 #92 ผู้น้อย 2012-09-27 08:29
ทำไมผมบรรจุครั้ งแรก ปวส.แต่สอบปรับเป็น ป.ตรี ได้แล้ว
ไม่เห็นกรมปรับใ ห้เป็นป.ตรีเลย โดยบอกว่าไม่มีต ำแหน่งว่าง
ไม่ทราบว่ากรมอื ่นเป็นเหมือนกรม ...ปศ....รึเปล่าครับ
Quote
 
 
0 #91 ระพิน 2012-09-21 13:25
ทหาร ทำงาน 10 ปีขึ้น วุฒิ ปวช.ก็ไม่ได้ใช่ป่าว ครับ มันน่าโดดตึกตาย มั๊ยเนี่ย
Quote
 
 
+2 #90 สะพานหิน 2012-09-20 19:11
ทำงานตำแหน่ง จพ.สาธารณสุขชุมชน 2 ปี สตาร์ท 5,180 บาท จบ ป.ตรี ปี 2545 ปรับระดับ 3(นว.สาธารณสุข) 20 มิถุนายน 2549 ตำแหน่งนักวิชาก ารสาธารณสุขปฏิบ ัติการ ถึง ณ ตอนนี้ 15 ปี 4 เดือน รับเงินเดือน 18,490 บาท มีอะไรผิดพลาดใน ระบบเลื่อนเงินเ ดือนหรือไม่ครับ ..ตอนนี้รู้สึกแย่ จัง .......คนไม่จบ ป.ตรี ปรับ จพ.ชำนาญงาน ทำงานที่หลัง 6 เดือน เงินเดือนแซงแล้ ว..........มันเกิดอะไรกับผ มครับ.งง
Quote
 
 
0 #89 เด็กน้อย 2012-09-01 10:02
สมองส่วนไหนคิดล ่ะครับ ตามภารกิจกับข้า ราชการ
Quote
 
 
+1 #88 ชนัญชิดา 2012-08-15 10:24
ณ ตอนนี้ข้าราชการ ส่วนท้องถิ่นยัง ไม่ได้ปรับฐานเง ินเดือนเลย ทำไมถึงไม่ใช้ระ บบเดียวกับ ก.พ.ซึ่งเป็นหน่วยงา นที่กำหนด กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ พรก. ต่าง ๆ ให้หน่วยงานราชก ารใช้ ขอความเห็นด้วย
Quote
 
 
-2 #87 ไกลวัด 2012-08-08 11:45
ทำตั้งแต่ 27*0+พคช 200 พออยู่พอกิน
ตอนนี้เห็นน้อง เอ้ย ลูกๆ ได้เงินเยอะดีใจ จริงๆ
ก็ตั้งใจทำงานกั น ช่วยกันแก้ มุช่วยเหลือประช าชน
เท่านี้บ้านเมือ งเราก็น่าอยู่แล ้ว
คนกลางเก่ากลางใ หม่ ก็เห็นอกเห็นใจน ้องๆ ลูกๆเถอะ
ตั้งใจทำงานกันด ีกว่า อย่าไปยึดติดกับ ลาภ ยศ
เพราะสุดท้ายก็ต ้องการสรรเสริญ
ส่วนตัวลุง อายวะที่จะบอกว่ าอยู่ตำแหน่งไร
แต่มีเพื่อนฝูงม ากมาย สบายใจดี
Quote
 
 
+3 #86 คนซี1 2012-06-23 13:19
น่าน้อยใจลูกจ้า งได้ตกเบิกเป็นห มื่น แต่เราไม่ได้สัก บาท
Quote
 
 
+2 #85 นายสิบจนๆๆ 2012-06-22 14:17
ลองคิดดูให้เงิน เดือนพลทหารกับ นายสิบจบใหม่เงิ นเดือนเท่ากัน มันน่าน้อยใจน่ะ นายสิบเรียนมาก็ เหนื่อยแต่ได้เง ินเดือนเท่าพลทห าร น่าจะให้มากก่วา ซักนิดน่ะครับเป ็นหนึ่งหมื่นบาท ก็ยังดีหน่อยน่ะ ครับผมว่าอย่างน ้อย ก็จะได้ดูดีกว่า พลทหารซักหน่อยน ่ะครับ :-* :o :cry:
Quote
 

Add comment

กรุณาใช้คำสุภาพและข้อความที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน


Security code
Refresh

Find the Best Web Hosting which offers reliable service and top quality support